thaiforexschool.com



หน้า: [1]
พิมพ์
ผู้เขียน หัวข้อ: จงทำให้ระบบการลงทุนของคุณ… ง่ายขึ้นซะ !  (อ่าน 1977 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
เกรียนโคตร
นักศึกษามหาลัย ปี 1 Trader
******

โหวต +7/-0
กระทู้: 981


Technical support specialist

รู้จักตัดขาดทุน ยิ่งกว่าการทำกำไรคือการรักษาทุน
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2011, 09:41:20 PM »

   
   จงทำให้ระบบการลงทุนของคุณ… ง่ายขึ้นซะ !
   เพราะความซับซ้อนจะทำให้คุณ… สับสน!

   

   วันนี้เอาวิดีโอคลิปหุ้นดูสนุกและได้แง่คิดมาให้ดูกันครับ จริงๆอัพโหลดไว้นานแล้วแต่ไม่ได้เอาลงบล็อกสักที บางท่านอาจได้ดูแล้วบางท่านอาจยังไม่ได้ดู ยังไงลองดูกันแล้วกันนะครับ

   บทแปล

   การเก็งกำไรของคุณนั้น มันก็มีช่วงเวลาของมันอยู่

   บางช่วงมันก็ดี..

   บางช่วงมันก็แย่..

   ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจมันเท่าไหร่หรอก มันออกจะดูไม่มีเหตุผลเสียเลย

   แต่มันก็มักจะเป็นอย่างนั้น

   เมื่อไหร่ที่ถึงเวลาของคุณ คุณก็มักจะทำได้ดีมากๆ

   แต่เมื่อมันไม่ใช่เวลาของคุณ คุณก็มักจะขาดทุนติดๆกัน

   เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดีของคุณ ต่อให้คุณทำผิดพลาดบ้าง.. มันก็มักจะกลายเป็นดีอยู่เสมอ

   แต่เมื่อช่วงเวลาแย่ๆของคุณมาถึง.. มันไม่เกี่ยวเลยว่า ความคิดของคุณจะดีแค่ไหน

   เพราะยังไงซะ คุณก็จะขาดทุนอยู่ดี

   เพราะว่า.. มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมนี้ครับ!

   เมื่อช่วงเวลาแย่ๆของคุณมาถึงนั้น

   คุณต้องลดขนาดการลงทุนของคุณลงครับ

   เสี่ยงให้น้อยลง..

   ให้น้อยลงอีก..

   น้อยลงอีก..

   และน้อยลงอีก..

   และให้น้อยลงอีก..

   เสี่ยงให้น้อยลง..

   ให้น้อยลงที่สุด..

   จนกว่าคุณจะเริ่มกลับมามีกำไรอีกครั้งครับ

   แล้วค่อยๆเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมา

   ค่อยๆเพิ่มมันขึ้นมาอีก

   เพิ่มขึ้นมาอีกครับ

   เพิ่มให้มากกว่าเดิม

   แล้วเพิ่มให้มากขึ้นอีก!

   แต่ผมรู้.. ว่าพวกคุณส่วนใหญ่ไม่ทำกันหรอก!

   เพราะเวลาช่วงแย่ๆมาถึงนั้น พวกคุณมักจะเพิ่มความเสี่ยงขึ้นอีก

   อย่าทำอย่างนั้นครับ!

   หยุดซะ!

   แต่พวกคุณก็คงไม่ทำกันหรอก ผมรู้…

   จงทำให้ระบบการลงทุนของคุณ… ง่ายขึ้นซะ!

   เพราะความซับซ้อนจะทำให้คุณ… สับสน!

   มันเป็นเช่นนั้นจริงๆครับ

   ผมไม่เคยพบเจอกับ นักดู Fibonanci..

   และผมไม่เคยพบเจอกับ พวกนับคลื่นอีเลียตเวฟ..

   ที่รวยมหาศาลในธุรกิจนี้!

   เพราะพวกเขา (พวกนับคลื่น) มักจะเป็นอย่างนี้ครับ..

   “เอ๊ะ นี่มันคลื่น A,B และ C ของเวฟ 3..

   ..ของเวฟ 4 ของเวฟ C ใหญ่..

   หรือมันเป็นซับเวฟของเวฟอ่าไรของมันฟะ…$@&%#!!W

   ไม่สิ!! เฮ้ยมันจะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงฟะ งงวุ้ย!!”

   และพวกเขาก็มันจะสับสนในสิ่งที่เขาทำ

   จนเขาอาจไม่ทำอะไรซักอย่างเลยก็ได้ครับ

   แต่พวกสุดยอดนักเก็งกำไรที่ผมรู้จักนั้น..

   เช่น Paul Tudor Jones ..

   หรือ Richard Dennis ..

   หรือ “ไอ้จรวด” อย่าง Rick Barnes ถ้ายังจำกันได้..

   ยังจำ Rick Barnes กันได้ไหมครับ?

   ไม่มีใครที่เริ่มต้นด้วยเงินเล็กน้อย และทำให้มันเติบโตได้รวดเร็วเท่าเขาอีกแล้ว

   สิ่งที่เหมือนๆกันของพวกเขาก็คือ

   พวกเขาจะใช้ระบบการลงทุนที่ง่ายมากๆ จนเกินกว่าที่คุณจะจิตนาการได้

   เช่นถ้า “จุดต่ำสุด” ของหุ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ

   และ “จุดสูงสุด” ก็สูงขึ้นเรื่อยๆ

   พวกเขาก็อาจจะเข้าซื้อมันครับ!

   พวกเขามักจะวิเคราะห์กราฟอย่างง่ายๆ.. บางทีอาจใช้แค่ไม้บรรทัด

   กับดินสอเข้มๆหน่อย หรือไม่ก็อาจเป็นปากการเมจิกก็ได้ครับ

   แล้วพวกเขาก็จะเผื่อระยะ ให้ราคามีพื้นที่ในการเคลื่อนไหวสักหน่อย

   และถ้ามันหลุดเส้นแนวโน้มใหญ่ๆ

   พวกเขาก็เพียงแค่หนีออกมาครับ!

   จงทำให้มันง่ายอย่างนั้นซะ!

   ผมนั้นไม่เคยพบเจอกับสุดยอดของเหล่านักเก็งกำไร..

   หรือสุดยอดของนักลงทุน..

   ที่ชอบความซับซ้อนแม้แต่คนเดียวครับ!

   อ้อ! จริงๆแล้วข้อดีของอีเลียตเวฟก็ยังมีอยู่นะครับ

   เช่น ราคามักจะวิ่งเป็นคลื่นขึ้นไป 1..2..3..4..5

   และ 6..7..8..9 ซึ่งมันมักจะเริ่มทำให้พวกนับคลื่นสับสนกันแล้วสิ!

   หรืออาจะเป็นคลื่นที่ 10 ก็ได้!

   “แล้วเราจะทำอย่างไรล่ะ!?”

   “ก็ไม่รู้อะ.. $@#%”

   “เอ่อ… ผมรอให้คลื่นที่ 11 เกิดขึ้นก่อนนะ แล้วก็..

   แต่ถ้าลูกที่ 9 ตกลงมา ลูกที่ 11 อาจเป็นลูกที่ 1 หรือลูกที่ 12 ก็ได้มั้ง!”

   ผมเชื่อว่านี่จะทำให้พวกอีเลียตเวฟ สติแตกกันได้บ้างล่ะครับ!

   แต่มันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆครับ

   แนวคิดเดียวที่ผมอาจสังเกตเห็นได้ว่ามีประสิทธิภาพบ้าง

   นั่นก็คือ ตลาดมักจะพักตัวประมาณ 50% หรือ 62% จากระยะของจุดสูงสุด-ต่ำสุดของมันครบ

   ผมมักจะมองหาและเจอมันบ่อยๆครับ

   ดังนั้น เมื่อมองไปที่กราฟ ผมมักจะวางกรอบของราคา

   ซึ่งผมเรียกมันง่ายๆว่า “กล่องราคา”

   ซึ่งก็คือพื้นที่ที่กราฟราคาวิ่งขึ้นไปเป็น Parabolic และเริ่มปรับตัวลงมา

   ผมจะมองว่า “จุดต่ำสุด” เดิมอยู่ตรงไหน?

   และดูว่า “จุดสูงสุด” ของกราฟที่วิ่งขึ้นไปอยู่ตรงไหน?

   แล้วหาสัดส่วนร้อยละของระยะออกมาที่ประมาณ 50% หรือ 62%

   แล้วคุณก็มักจะต้องแปลกใจ ที่เมื่อราคาตกลงมาตรงนั้น

   มันมักที่จะเหวี่ยงไปมาเล็กน้อยแถวๆนั้น

   มันอาจจะลงมาเกือบถึง หรือไม่ก็ลงไปต่ำกว่านั้นหน่อย

   แต่มันก็มักจะตกลงมาพักอยู่แถวนั้น

   และถ้าตลาดเริ่มดีขึ้นมา มันก็มักจะวิ่งขึ้นไปทำ “จุดสูงสุด” ใหม่อีกครั้งครับ!

   นี่คือแนวคิดที่ซับซ้อนที่สุด..

   ที่พิศดารที่สุด..

   ที่ผมจะเป็นอย่างนั้นครับ

   ยังมีกฏอีกข้อหนึ่งครับ

   การย่อตัวของหุ้นในตลาดหมีนั้น มักจะรุนแรงกว่าในตลาดกระทิงนั่นเอง!

   ทำไมน่ะหรือ?

   บอกตรงๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

   มันเป็นอย่างนั้นจริงๆหรือ?!

   ใช่ครับ!

   จงระมัดระวังให้มากในตลาดหมีครับ

   ทำไมน่ะหรือ??.. ก็มันเป็นตลาดขาลงไง!!

   ทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดูแย่ไปหมด

   มันจะมีแรงเทขายอยู่เต็มไปหมด

   ไม่ว่าเราจะตอบสนองต่อมันด้วยเหตุผลอย่างไรก็ตาม

   แต่เวลาที่เราขาย Short หุ้นนั้น

   เรามักจะรีบร้อนที่จะซื้อหุ้นคืน เร็วกว่าเวลาที่เราเข้าซื้อธรรมดาๆ

   มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ครับ

   จงจำไว้ว่า การย่อตัวของหุ้นในตลาดของลงนั้น

   มักที่จะรุนแรงกว่าในตลาดขาขึ้นครับ!

   ยังมีอีกกฏที่ต้องจำครับ

   มันเป็นกฏที่สำคัญมากๆ

   นั่นก็คือ “แมลงสาบ ไม่เคยมาตัวเดียว”

   นี่เป็นกฏที่คุณต้องจดจำเอาไว้นะครับ

   “แมลงสาบ ไม่เคยมาตัวเดียว”

   เมื่อข่าวร้ายเริ่มออกมาข่าวหนึ่ง

   มันมักจะมีข่าวร้ายตามออกมาอีกเรื่อยๆ!

   ง่ายๆอย่างนี้แหละครับ

   เหมือนกับหุ้น Enron ไงครับ.. ผมชอบเรื่องของ Enron มากๆเลยนะ

   มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ

   ผมยังคงรำคาญคนที่บ่นในทุกๆครั้ง ว่าพวกเขาหมดตัวจาก Enron

   พวกเขารู้สึกเหมือนโดนโกงเงิน

   แต่จริงๆแล้ว มันไม่ไช่!

   แม้ว่าหุ้น Enron นั้นลงจาก 80 มาเหลือ 0 ดอลลาร์

   แต่จริงๆแล้ว มันค่อยๆวิ่งลงมาทีละช่องๆเรื่อยๆ

   มันไม่เคยเปิด Gap กระโดดลงมาเลย

   มันไม่เคยออกข่าวประกาศ จนคุณหนีออกมาไม่ทัน

   จริงๆแล้วคือคุณนั้นแหละ ที่ยังทนถือมาเรื่อยๆจนมันหมดค่า

   มันคือความผิดของคุณครับ!!

   แต่คนส่วนใหญ่ไม่มีวันเข้าใจมันหรอก..

   พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาโดนทำร้าย

   พวกเขาคิดว่ามันจะวิ่งกลับไป

   ไม่!!!

   มันวิ่งไปคนละทางกับคุณนะ

   ทำไมคุณไม่หนีออกมา!?

   เมื่อข่าวร้ายเริ่มเผยออกมาจาก Enron

   “แมลงสาบ ไม่เคยมาตัวเดียว”

   มันยังจะมีข่าวร้ายตามมาอีกเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น

   เหมือนกับการชลอตัวทางเศรษฐกิจ ที่เรากำลังเผชิญอยู่ขณะนี้

   คุณจะเห็นว่ามันมีแต่ข่าวร้ายออกมาเรื่อยๆ

   ยังจะมีแมลงสาบตัวใหม่ๆออกมาอีกเรื่อยๆ

   มันไม่เคยมาแค่ตัวเดียว

   มันมาเป็นฝูงๆ

   และมันยังจะตามออกมาอีกเรื่อยๆครับ

   
   (ขอบคุณ  mangmaoclub.com)

    

   
   

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 21, 2011, 09:43:44 PM โดย เกรียนโคตร » บันทึกการเข้า

ถ้าคุณมองกราฟไม่ออก  อย่าเข้าซื้อ-ขายเด็ดขาด  ต้องมี SL ทุกครั้งที่ทำการซื้อขาย  ถอนตัวเมื่อยังรู้ว่าอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ  โลภเมื่อมีโอกาศ  และ  ( ยิ่งกว่าการทำกำไรคือการรักษาต้นทุน )
onemix
นักเรียนชั้นอนุบาล 3 ขวบ
*

โหวต +0/-0
กระทู้: 10



ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 12:31:18 AM »



บันทึกการเข้า
marketjunior
Trader
นักเรียนชั้น ม 5 วัยทีน เขียวนิดนิด
*

โหวต +11/-2
กระทู้: 730


หมั่นศึกษา หาประสบการณ์อย่างสม่ำเสมอ


ดูรายละเอียด
« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 08:35:39 AM »

ขอบคุณครับ สำหรับบทความดี ๆ ที่นำมาให้พวกเราได้อ่านกัน ขอบคุณครับ...

บันทึกการเข้า

*อย่าตีลูกทุกลูก ที่เขวี้ยงมาหาคุณ จงเลือกตีลูกที่คุณมั่นใจ*
janewinwong
นักเรียนชั้นอนุบาล 2
*

โหวต +0/-0
กระทู้: 32


ดูรายละเอียด
« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 11:44:33 AM »

   ขอบคุณคับ







บันทึกการเข้า
petcha
นักเรียนชั้น ป 2
**

โหวต +0/-0
กระทู้: 82


ดูรายละเอียด
« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 22, 2011, 01:48:14 PM »

ขอบคุณค่ะ สำหรับบทความ

ชอบคำนี มันตรงจริง    “แมลงสาบ ไม่เคยมาตัวเดียว"





บันทึกการเข้า
Fx Zohan
นักเรียนชั้น ป 6
****

โหวต +1/-0
กระทู้: 249


ไว้อาลัยให้ น้องปลา ทองครับ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 11:07:14 AM »

ขอบคุณหลาย


บันทึกการเข้า

>>>>>>>>สมัคร EXNESSสมัครExness กับผมยินดีให้คำปรึกษาForex
ตี๋น้อย^^
นักเรียนชั้น ป 2
**

โหวต +0/-0
กระทู้: 96

socrush_24@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 11:11:25 AM »

ขอบคุณมากๆครับ

สุโค่ยเลย
บันทึกการเข้า
ตี๋น้อย^^
นักเรียนชั้น ป 2
**

โหวต +0/-0
กระทู้: 96

socrush_24@hotmail.com
ดูรายละเอียด
« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 05, 2011, 12:10:33 PM »




บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
พิมพ์
 
กระโดดไป: